Up Us 的个人资料ก า ร เ ดิ น ท า ง ข ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


7月31日

31/07/2006

วันนี้ตื่นแต่เช้าจะไปเรียนดนตรีไทย(ตีขิม)  อ้อมก้เลยขอติดรถไปด้วย
 
เนื่องจากอ้อมต้องไปหอต่อเพื่อพาต่อไปส่งโปรเจก  เราก้เลยไปส่งอ้อม
 
ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งไปกิงด้วย  แสบ  แสบ(อร่อย)  ก้เลยเข้าเรียนประมาณ 9.30 โดยประมาณ
 
ปกติเรียน  08.00  แต่ไปสายได้  อ. ม่ายว่า  ไปถึง ไปเอาขิมมากำลังจะลงมือซ้อมแต่แล้ว
 
อ. ก้ทำร้ายจิตใจโดยการบอกว่า  วันนี้ม่ายต้องตีนะคับเพราะผมจะให้พวกคุณไปดูรุ่นพี่ที่เค้ามาบรรยายเรื่องการฝึกงาน(เสียง  อ.  เหมือน กายเทย นิดหนึ่งเวลาอ่านทำเสียงให้เหมือนด้วย) เวงกำ เกียวไรกะตูวะ  รุ่นพี่ศิลปกรรมนะ  ม่ายใช่บัญชี จะให้ดูทำไม คุณสอนวิชาเลือกนะคะ  คิดได้อย่างนั้นเราก้เลยตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า  อืม..กลับห้องดีกว่า อิอิ
 
กลับมาก้มานอนรอเรียนวิชา ต่อไป ตอนบ่าย 3 โมง  เลิก 5โมงเย็น ก้เลยมานั่งเขียน สเปสเอ็มนี้แหละ
 
อ่อ....เมื่อวันที่ 30  ก.ค. 2549 คือว่า  เรามีความภาคภูมิใจมากเลย  ไปซื้อทองให้ตัวเอง
อิอิ  กะเพื่อนๆ ได้มาคนละชิ้น เราได้แหวนมาวงหนึ่ง  สวยๆๆๆมากเลยมานก้ม่ายมีค่ามากนะแต่เราภูมิใจมากเพราะเพิ่งเคยซื้อให้ตัวเอง  ที่ผ่านมาก็มีแต่แม่ซื้อให้  วันนั้นเป้งบ้าอารัยก้ม่ายรู้  ต่าง ได้แหวน  ออด๊าช  ได้  เปลี่ยนแหวน+ต่างหู  ส้มโอ ได้ต่างหู  ส่วน อ้อมมานม่ายซื้อหรอกเพราะมานมีคบทุกอย่างแล้ว
 
วันนั้นรู้สึกว่าตัวเองมีราคามากเลย  หุหุ  ก้มีทองใส่กานทุกคนนิ  อิอิ
 
สุดท้ายแล้ว  ก็คือว่า  เราต้องอ่านหนังสือ  โอ๊ยๆๆๆๆทำไมทรมานอย่างนี้ เมื่อไหร่จะจบ  ซะที
 
ส้มโอบอกว่าถามรุ่นพี่แล้ว เราจบปีหน้าพร้อมรับ ปริญญาเลย ตอนเดือนธันวาคม  ถ้าจบนะขอย้ำว่าถ้าจบ  คิดถึงตอนนั้นแล้วก้มีความสุขอยู่หรอกแต่ตอนนี้ทำไมทรมานจังเลย
 
ไปละ
7月29日

บน Billboard ในออฟฟิศแห่งหนึ่ง

จดหมายขอขึ้นเงินเดือน  ของคุณ  จ.
 
      กระผมนาย  จ.  มีความประสงค์ขอขึ้นเงินเดือน  โดยมีเหตุผลดังนี้
 

กระผมเป็นผู้ใช้แรงงาน

กระผมต้องสอดหัวเข้าก่อนทุกครั้งที่ทำงาน

กระผมไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์  และไม่เคยหยุดวันนักขัตฤกษ์

กระผมทำงานในสภาวะแวดล้อมที่อับชื้น

กระผมม่ายเคยไดรับค่าล่วงเวลา

กระผมทำงานในที่มืด  และไมม่มีอากาศถ่ายเท

กระผมทำงานในที่ร้อนอบอ้าว

กระผมทำงานที่เสี่ยงกับโรคติดต่อ

 

            จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

 
จดหมายตอบจากฝ่ายบุลคล
 
คุณไม่ได้ทำงาน  8  ชม./วัน
คุณงีบหลับหลังชั่วโมงทำงาน
คุณไม่ทำตามคำสั่งบ่อยๆ
คุณไม่ประจำอยู่ในที่ทำงานของคุณ  และมักแว่บไปรับงานอื่นบ่อยๆ
คุณไม่มีความเป็นผู้นำต้องอาศัยแรงกดดัน
คุณทิ้งให้ที่ทำงานสกปรก  เลอะเทอะ  เมื่องานเสร็จ
คุณมักไม่ปฏิบัติตามกฏแห่งความปลอดภัย  เช่น  การสวมเสื้อป้องกัน
คุณเกษียณก่อนอายุ  65  ปี
คุณไม่สามารถทำงานควบ  2  กะได้
บางครั้งคุณละทิ้งหน้าที่ก่อนงานเสร็จงาน
 
        จึงเรียนมาเพื่อทราบ
 
                                    
                               ช่วยกานพินาหน่อยนะจ๊ะ
  
 

เลิกงามยามดี...วันนี้.นี้เอง

 
วันนี้ว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือแต่เช้า  แต่กำเวงมีจิงนะสิ  ตื่นสาย
 
เมื่อเช้าตื่นมาก้เลยมองไปที่โทสัพ เอะเอะ ใครว้าโทรมา  2 สายม่ายได้รับ
 
เบอร์แปลกๆใครว้า โทรกลับ ยังม่ายรับ ไปกิงข้าวดีกว่า  กลับมาโทรไปอีก รับนี้ว้า
 
อ่อ  นึกว่าใครโทรมากวนแต่เช้า  พี่ปอนี้เอง  แกซื้อ โทสัพใหม่ของเก่าหาย กำเวงของแก
 
ตอนที่เราโทรกลับแกนอนอยู่  หุหุ  เย้เย้  ได้กวนคนกำลังนอน  มีความสุข  ชอบชอบ
 
คุยเสดก้เลยมานั่งเขียนสเปสเอ็มนี้แหละ  เพราะเลิกอ่านหนังสือคือตอนบ่าย 
 
เมื่อคืนโทรไปหาเพื่อน ^ก๊อปปี้^  อิอิ  มานคุยแต่เรื่องทะลึงไอ้หื่นกามเนีย  
 
ตอนจบก้เลยมาคุยกานเรื่องชีวิต   จาร้องไห้  ใครบอกให้มึงคุยเรื่องนี้กะกู บักบ้า
 
มานบอกคิดถึงเพื่อนๆ จะกลับมาอยู่  ตอนปิดเทอมก้เลยสัญญากะมานว่าจะไปหามาน
 
สักอาทิต  ไปอยู่ป้งเพื่อนมานหน่อย  อิอิ  หาเรื่องไปกรุงเทพฯ  อีกเย้ว
 
                           เดียว  เดียว เดียว
 
คือว่า  เค้าไป อาบน้ำก่อนนะ  คือ  ตื่นมายังม่ายได้อาบน้ำเลย  อิอิ  เน่า เหม็น
 
อ่อ  เป้งไปได้นะคนเรา
 
ขอบคุงส้มโอที่ค่อยเตือนเรื่องอ่านหนังสือ  จู๊บ จู๊บ  นะ  แทงยู  อิอิ
 
ว่าจาอ่านอยู่แต่โคตะระขี้เกียจเลยวะส้มโอ
 
เดียวต้องขอตัวก่อนนะคะ
 
 
บะบาย  จู๊บ  จู๊บ   หุหุ
 
7月25日

เหนื่อย....กะความรู้สึกเฮ้งซ่วย???????

 
 
ม่ายรู้ว่าทำไมต้องเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นอีกแล้ว
 
เบื่อนะอยากทำให้มานเป้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวแล้วลืมมานไปเลย
 
เหมือนกะเพลงนั้นว่าเลย(คนเรานี้คิดให้ดีก็น่าขำอยากจำกลับลืมอยากลืมกลับจำ)
 
ออกไปได้แล้วนะความรู้สึกนี้..กรูเบื่อ
 
แล้วต้องมานั่งระบายอารมกะสเปสเอ็มนี้อีกแล้ว 
 
มานคงม่ายรู้เรื่องว่าตอนนี้ว่ากรูมาทำบ้าอารัย
 
วันนี้เป้งวันที่ตื่นด้วยตัวเองม่ายได้เพื่อนต้องมาปลุก(ขอบคุงออด๊าชเพื่อนที่ดีตลอดเวลารับฟังทุกปัญญา)
 
แม่ฝากตังมาให้  ใช้หมดเลย  แล้ววันต่อไปจะแดกไรพี่  เบื่อๆๆๆๆๆๆ
 
เพื่อนบอกว่าคนเราชอบมานั่งโบ่นกะเอ็ม  แล้วถ้ากรูโบ่นให้มึงฟังมึงจะฟังกรูไหมบักบ้า
 
อาจารย์บอกว่าให้อ่านหนังสือได้แล้วนะ  จะสอบแล้วจ้า
 
 
สู้ๆๆๆๆๆๆๆ  กำลังใจ  กำลังใจ    ยานอนหลับที่ดีที่สุดคือการอ่านหนังสือ  อิอิ
 
                   สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ        เพื่อนๆๆ                ทุกคน             
7月20日

ยุง กะ นิยาม ความ ร๊าก...?

  
ยุงกะ  นิยามความรัก
 
 
ยุงหิวโหยอาหารโดยการออกหาเลือดอุ่นๆรองท้อง
คนหิงโหย... ความรักจึงออกหาความรักอุ่นๆรองใจ
 
ศิลปการดื่มเลือดของยุงคือ ค่อยๆ บินเข้าไปในมุมมืดแล้วค่อยๆเอาปากแหลมๆแทงทะลุลวงผ่านผิวหนังเข้าไปดูดเลือดอุ่นๆในตัวของคุณ
ศิลปะความรักคือการบรรจง แทรก แซง  ซอนไซ  ทะลุทะลวงความรู้สึก  เข้าไปฝังลึกอยู่ในหัวใจของคุณอย่างช้าๆอบอุ่นในหัวใจโดยคุณม่ายรู้ตัว
 
กว่าคุณจะรู้ตัวยุงก็อิ่มแปร้  บินหนีกลับบ้าน
กว่าคุณจะรู้ตัว รักก็มากมายเกินหัวใจ
 
ยุงตัวไหน ปากหนัก  กัดเจ็บ บินม่ายเร็วพอ  บินม่ายรู้จังหวะ  บินผิดมุมหรือให้คนอื่นรู้ตัวก่อน  ถึงมาตมาแล้วกว่า  90%  น้อยนักกว่าจะพ้นฝ่ามือพิฆาตและไบกอนเขียวไปได้
คนคนไหน  ม่านเคยรัก  ไม่รู้จักรัก  จีบม่ายเป้ง  ม่ายมีโอกาส  ม่ายรู้จักกาละเทศะ   และเหตูผลอีกมากมายนานับประการ  ที่จะหยิบมาเอ่ยอ้างถึง  ความม่ายสันทัดจัดเจนเรื่องรัก  ก็น้อยนักที่จะรอดร้นอาการแห้วไปได้
 
พอยุงกินอิ่มหนำก็บินจากไป  และพร้อมจะกลับมาใหม่เมื่อโหยหิว
ก็เหมือนกะความรักของคนเจ้าชู้อิ่มหนำแล้วก็ผ่านไปและพร้อมจะมาใหม่เมื่อโหยหาย
 
ถึงจะถูกตบ  ถูกฉีดยา  ถ้าม่ายตายเสียก่อน  พร้อมจะกลับมาใหม่เมื่อหิวอีกครา ( ม่ายเข็ดแฮะ)
ก็เหมือนคนถึงจะเจ็บช้ำเท่าไหร่  ถ้าม่ายถึงตาย  หัวใจก็โหยหารักอยู่ทุกเมื่อ.....
 
ถึงจะกางมุ้ง  จุดยากันยุง  ติดมุ้งลวด  ยุ้งก็เข้ามาได้อยู่ดีแหละ
ความรักก็เหมือนกาน  ห้ามใจเทาไหร่  หลีกหนียังไง  ก็ยังเล็ดรอดเข้ามาได้อยู่ดี  เจ็บใจจิงๆ
 
 
ฉันหยุดแล้วแล้วเทอหยุดได้ไหม?
 
 
7月13日

เรื่องของหญิงชายก็เกี่ยว อิอิ

คุณใส่บราถูกขนาดอยู่หรือเปล่า? 

คุณเคยมีปัญหาอย่างนี้ไหม?

          1. เมื่อยหลัง เมื่อยไหล่ เมื่อยคอ
          2. เป็นรอยแดงๆ จากการกดทับของเสื้อชั้นใน สายหรือแถบเสื้อในกดเนื้อเป็นรอยบุ๋มขณะใส่ โครงเหล็ก/ลวด ใต้บรา บีบรัดและกดทับเนื้อหน้าอก พอถอดออกแล้วเห็นเป็นรอยแดง 
          3. เป็นจ้ำ เป็นผื่นแดง ผื่นคัน ผดหรือสิวบริเวณที่เสื้อชั้นในสวมทับ


          4. เนื้อหน้าอก (นม) ล้นเต้า(Cup) เสื้อในออกมา (กรณีที่ใส่บราธรรมดา ไม่ใช่ Push- Up Bra หรือเสื้อชั้นในแบบ Demibra หรือบิกินี่ เน้นการปกปิดที่น้อยที่สุดทำให้มันดูล้นๆ ) (รูปด้านบน)



           5. เสื้อชั้นในเหี่ยวๆ บุ๋ม หรือมีเนื้อที่เหลือระหว่างเสื้อชั้นใน กับเนื้อหน้าอก (รูปด้านบน)
           6. เจ็บหน้าอก เวลาออกกำลังกาย เจ็บที่เนื้อ ผิวหนัง ไม่ใช่ที่อวัยวะภายใน เช่นกระดูก กระบังลม หัวใจ ปอด

          ถ้าตอบว่าใช่ 1 ใน 6 ข้อข้างต้น แสดงว่า บราตัวนั้นๆ อาจไม่ใช่ขนาดที่เหมาะสมสำหรับคุณ

วิธีวัดขนาดบราที่ถูกต้อง

          บราเซียร์ หรือเสื้อชั้นในนั้น มีไว้เพื่อพยุงหน้าอก ให้ได้รูปทรงที่ดูดี เสริมบุคคลิก ป้องกันการหย่อนคล้อย แต่ถ้าหากคุณเลือกขนาดบราที่ไม่เหมาะสมกับคุณแล้ว ปัญหาปวดเมื่อย ผดผื่น ที่กล่าวมาข้างต้นก็อาจเกิดขึ้น หรือถ้าใส่บราที่หลวมเกินไป มันก็ไม่สามารถช่วยพยุงทรงให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมได้ แทนที่จะเต่งตึง กลับทำให้เหี่ยวห้อยได้ ฉะนั้นมาหาขนาดบราที่เหมาะกับคุณกันเถอะ

          1. วัดรอบตัว การวัดรอบตัวทำได้ 2 วิธี ซึ่งควรจะวัดทั้ง 2 แบบ แล้วเปรียบเทียบกัน ถ้าวัดถูกต้อง ค่าที่ได้จะต้องเท่ากัน

          แบบที่1 ใช้สายวัด วัดรอบลำตัวเหนือหน้าอก รอดใต้วงแขน วัดเป็นนิ้ว ถ้าได้เลขคี่ ให้ปัดขึ้นเป็นเลขคู่ เช่น 31 นิ้ว ปัดเป็น 32 นิ้ว ถ้าได้เลขคู่ ก็ใช้เลขนั้นได้เลย เช่น วัดได้ 32 นิ้ว ลำตัวของคุณคือ 32 


          แบบที่ 2 ใช้สายวัด วัดรอบลำตัว ใต้หน้าอก (แบบนี้คนไทยนิยมวัดกัน) วัดได้เท่าไหร่ บวกเพิ่มเข้าไปอีก 5 นิ้ว เช่น วัดได้ 27 นิ้ว บวก 5 ค่าลำตัวของคุณคือ 32 ถ้าบวกออกมาได้เลขคี่ ให้ปัดขึ้นเป็นเลขคู่


          *การวัดค่าลำตัว ควรวัดแบบแนบๆ แน่นๆ ติดลำตัว ไม่ต้องหายใจเข้าให้ตัวพองๆ แล้วค่อยวัดเดี๋ยวจะได้ค่าเพี๊ยน

          2. วัดรอบอก การวัดรอบอก ใช้สายวัดวัดรอบจุดที่นูนที่สุดของหน้าอกคุณ แต่คราวนี้ให้วัดหลวมๆ หายใจปกติ วัดเป็นนิ้ว

 

          3. หาขนาดเต้า หรือ Cup ด้วยการนำ รอบอก(นิ้ว) - รอบลำตัว(นิ้ว) หรือนำผลที่ได้จากข้อ 2 หักลบด้วยผลที่ได้จากข้อ1 ผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็นค่า CUP ของเสื้อใน A B C D ตามตาราง
ผลต่าง (นิ้ว/inch) CUP
          1. นิ้วหรือน้อยกว่า A
          2. นิ้ว B
          3. นิ้ว C
          4. นิ้ว D

          ตัวอย่าง รอบอก 33 นิ้ว ลบ ลำตัว 32 นิ้ว ขนาดคัพ A เวลาไปซื้อชุดชั้นใน = 32/A
เสื้อชั้นในบางยี่ห้อ ใช้เลขลำตัวหน่วยเป็น เซ็นติเมตร ลองเทียงค่าลำตัวจากนิ้วเป็น เซ็นติเมตรได้จากตารางด้านล่าง
          นิ้ว  เซ็นติเมตร
          30   65
          32   70
          34   75
          36   80
          38   85

          วิธีการวัดนี้เป็นวิธีสากล ที่เขาใช้วัดขนาดบรากัน แต่ก็พบว่าผู้หญิงๆ หลายๆ คนวัดแล้วไม่ได้ค่าคัพตรงกับไซส์เสื้อชั้นในที่ใส่อยู่จริง เช่น ปกติใส่ คัพ C แต่พอวัดด้วยวิธีนี้ ต้องใส่คัพ A สรีระของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป และเสื้อชั้นในสมัยนี้ส่วนใหญ่จะเป็น Push-Up Bra หรือบราดันทรงที่มีโครงลวด มีแผ่นฟองน้ำเสริมทรง มีแผ่นดันทรงวางไว้ใต้หน้าอกอีกที ทำให้ผู้หญิงมักจะต้องใส่เสื้อชั้นในขนาดคัพใหญ่กว่าปกติ 1 ไซส์ เพราะมีอุปกรณ์ส่งเสริมเหล่านี้เข้ามาช่วยเสริมให้ดูอวบอิ่มขึ้นนั่นเอง ดังนั้นถ้าได้ขนาดคัพที่ไม่ตรงกับที่ใส่อยู่จริง เราก็ใช้ค่ารอบลำตัว ไปใช้ซื้อเสื้อชั้นใน ส่วนจะใส่คัพอะไรนั้น ดันมาก-ดันน้อย ต้องไปลองกันเอาเอง

          4. ขนาดคัพเท่ากัน ขนาดลำตัวต่างกัน เลือกใส่ตามความเหมาะสมยืดหยุ่นได้ เสื้อชั้นในมีขายหลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อ ก็มีรูปแบบ และทรงที่แตกต่างกัน จึงไม่แปลกหากคุณใส่บรายี่ห้อหนึ่งขนาด 34/75 B แต่เมื่อไปซื้ออีกยี่ห้อ กลับใส่ 36/80 A แล้วพอดีกว่า เพราะ ขนาดเต้า/cup ของเสื้อในขนาด 36/80 A ใหญ่เท่ากับเสื้อในขนาด 34/75 B และยังเท่ากับ 32/70 C ด้วย ขนาดคัพเท่ากัน แต่ขนาดลำตัวต่างกัน ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า และรูปทรงการตัดเย็บของแต่ละยี่ห้อ ดังนั้นการซื้อเสื้อชั้นในควรลองสวมดูก่อนทุกครั้ง ถ้าไม่พอดี ก็ลองเลือกขนาดที่ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง (ดูตารางเทียบไซส์คัพที่เท่ากันได้ด้านล่าง) มาลองดูจนเป็นที่พอใจ อย่าไปยืดกับไซส์เดิมๆ สำคัญที่ ใส่แล้วคัพของเสื้อในต้องแนบสนิทกับเนื้อหน้าอกของเรา ไม่เหลือช่องว่าง ถ้าเหลือแสดงว่าคัพใหญ่เกินไป แต่ก็ไม่เล็กแน่นเสียจนล้น (ยกเว้นตั้งใจดัน) ส่วนขนาดลำตัวสวมแล้วควรพอดี ไม่แน่นจนรู้สึกอึดอัด และถ้าลองยกแขนทั้งสองขึ้นบิดซ้ายบิดขวา แถบลำตัวเสื้อชั้นในต้องไม่ถลนขึ้นมา ถ้าใช่ลองเลื่อนตะขอเข้าอีกนิด หรืออาจเปลี่ยนตัวใหม่ที่มีขนาดลำตัวเล็กลง

          ตารางเปรียบเทียบขนาดคัพ(ปริมาตร) ที่เท่ากัน แต่ลำตัวต่างกัน (ดูตามแนวดิ่ง)
          32/70 A 34/75 A 36/80 A 38/85 A 38/85 B
          30/65 B 32/70 B 34/75 B 36/80 B 36/80 C
          30/65 C 32/70 C 34/75 C 34/75 D

          5. ขนาดหน้าอกเราเปลี่ยนแปลงได้ ตามน้ำหนัก และฮอร์โมน เช่นถ้าน้ำหนักขึ้น หน้าอกก็ใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับน้ำหนักลง หน้าอกก็ลดลงได้ด้วยเช่นกัน จะมากหรือน้อยแล้วแต่คน นอกจากนี้ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงก็มีผลต่อขนาดของหน้าอกด้วย เช่น ผู้หญิงหลายๆ คน จะตึงคัดเต้านม หรือเจ็บหน้าอกและขนาดหน้าอกขยายขึ้นเล็กน้อยช่วงก่อนมีประจำเดือน-ช่วงมีประจำเดือน รวมถึงช่วงตั้งครรภ์ด้วย สำหรับกรณีที่เจ็บและคัดหน้าอกมาก และหน้าอกขยายค่อนข้างมากในช่วงเวลาดังกล่าว อาจหาซื้อชุดชั้นในที่เนื้อผ้ายืดหยุ่นได้มาก เช่นประเภท Convertible Bra, Sport Bra หรือซื้อเสื้อชั้นในขนาดคัพใหญ่ขึ้น เพื่อใส่ช่วงวันนั้นๆ เพื่อความสบายตัว ไม่จำเป็นต้องยืดติดว่าคุณจะต้องใส่เสื้อชั้นในขนาดเดิมขนาดเดียวไปตลอด

          6. ควรวัดขนาดหน้าอกตัวเอง ทุกๆ 1-2 ปี และ/หรือ คอยสังเกตว่ารู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเวลาสวมใส่เสื้อชั้นในหรือไม่ เพราะอาจเป็นสัญญาณบอกให้คุณเปลี่ยนขนาด เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนยี่ห้อเสื้อชั้นในได้แล้ว

          ** เสื้อชั้นในควรซักมือ ตากในที่ร่มลมโกรก หรือแดดอ่อนๆ ส่วนกางเกงชั้นในใส่แล้วซักอย่าหมักหมม เดี๋ยวเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียจะมาเพาะพันธุ์ ซักมือหรือเครื่อง แล้วตากแดดฆ่าเชื้อโรคจะดีกว่า

 

กาปุกอีกแล้วค๊า

7月7日

จะคิดถึงเขา ทำไม ทำไม ?

จะคิดถึงเขาทำไม...ในเมื่อเขาม่ายได้รักเทอเลย  ?

 

คิดถึง เธอคนที่เคยใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

คนที่เคยมอบสิ่งดีๆ ให้แก่กันและกัน

คนที่เคยทำทุกๆ อย่างเพื่อฉันได้

คนที่ทำให้ฉันไม่เคยรู้สึกว่า ตัวเองเหงา

คนที่ฉันอยู่ใกล้ แล้วฉันก็สุขใจ

 

หลายคนยังคงถามฉันว่า ยังจะไป คิดถึงเขาอีกทำไม

ในเมื่อ เขาทำเธอเจ็บมากมาย . . . เขาไม่เคยรักเธอเลย

ทำไมนะเหรอ ก็เพราะ ฉันไม่อยากจะจดจำ สิ่งที่มันไม่ดีนี่

ฉันคิดว่าขวดแก้วมันไม่ได้มีไว้ใส่ อดีตที่ขมขื่น

แต่มันมีไว้เพื่อเก็บ วันเวลาที่น่าจดจำของกันและกันต่างหาก

 

ความรักมันไม่ได้จัดระบบให้อยู่ในหน่วยความจำของสมอง

แต่มันแฝงตัว ตราตรึงอยู่ในหัวใจต่างหาก

ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีวันที่จะลืม คนที่เคยรักกัน

คนที่เคยให้ความผูกพันธ์ คนที่เคยเข้าใจกัน

คนที่เคยมีความสัมพันธ์ร่วมกัน

คนที่เคยแลกไออุ่นของกันและกันได้

 

ถึงแม้วันนี้ ...

ความสัมพันธ์ของเราไม่เหลืออะไร

แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันเลย

แต่มันจะยังคงอยู่ในหัวใจ ของฉัน ไปอีกนานแสนนาน

และ ... ฉันจะไม่มีวันลืม ความรักของเรา ในครั้งนี้

ฉันจะไม่มีทาง ลืมวันเวลาที่เราเคยใช้ชีวิตร่วมกันเป็นอันขาด

 

ทุกวันนี้ . .

ฉันค่อยๆ บรรจง เทกระปุกความทรงจำของฉัน ลงใส่ในขวดแก้วใส

ซึ่ง ฉันคิดว่า ฉันจะแบ่งปันสิ่งนั้นให้ไว้กับเธอ

ถึงแม้ฉันจะรู้ ว่าเธอไม่อยากได้มัน ไม่อยากจดจำอดีตที่ไร้ค่า . .

ที่เธอเคยมีร่วมกับ คนไร้ค่าอย่างฉันอีกต่อไปก็ตาม

 

เพราะฉันคิดเสมอว่า . . .

ขวดแก้วใบนี้มันที่พาฉันกลับไปดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ของ สองเรา

ดินแดนที่มีเราแค่สองคนอีกครั้ง

โดยมีทรายที่ละเอียด ระยับ เป็นเครื่องกำหนดเวลา

 

เมื่อทรายเม็ดสุดท้าย ทิ้งตัวเองลงสู่ กองทรายข้างล่าง

นั่นก็หมายความว่า เวลาของเราทั้งสองคนก็หมดลงไปเช่นกัน

แต่เมื่อฉันหันนาฬิกาทรายอีกครั้ง

ฉันก็จะมองเห็นว่า ความรักของเรามัน กำลังจะเวียนมา อีกรอบ

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่อดีต . .

แต่ฉันก็เป็นสุขที่ได้ลองมองย้อนกลับไปดู . .

 

 

                                               ขอบคุงเว็บกาปุก(ขโมยเขามาอีกแล้ว)

                                                        

                                

7月2日

เทอจะกลับมาหาฉันทำไม

 
อีกแล้ว . . ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอเดินกลับมาหาฉัน
หลอกให้ฉันดีใจ แล้วเธอก็ทำกับฉันเหมือนที่ผ่านมา
ถ้าหากว่าเขาสำคัญกับเธอ .. แล้วเธอกลับมาหาฉันทำไม?

ฉันบอกตามตรง. .
นับตั้งแต่วันที่เธอเดินจากฉันไปล่าสุด (ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้)
ฉันก็บอกกับตัวเองว่าจะไม่รอคอยเธออีก เพราะฉันคิดว่า . .
พอแล้วกับการรอคอย พอแล้วกับการที่ต้องทำร้ายตัวเอง

ฉันพยายามอยู่คนเดียวมาตลอด และก็ถึงวันที่ฉันทำได้
ฉันอยู่ได้โดยไม่มีเธอข้างๆ ได้จริงๆ
เดินคนเดียวได้โดยที่ไม่ต้องมีใครจูงมือ
ทำทุกอย่างคนเดียวโดยลำพัง
และฉันก็สามารถลืมเธอได้จริงๆ

แต่แล้ววันที่เธอโทรศัพท์กลับมา . .มันทำให้ฉันสับสนในตัวเอง ว่าควรทำไงดี
ควรที่จะรับสาย แล้วพูดคุยปกติเหมือนแต่ก่อนที่เราเคยคุยกัน
หรือจะบอกว่าไม่อยากคุยแล้ววางสายไป

แต่สุดท้าย . .ฉันก็เลือกที่จะพูดคุยกับเธอเหมือนปกติ
ทั้งๆ ที่ ฉันรู้ว่าเธอมีเขาแล้ว
ฉันดีใจนะ . . ที่เธอยังไม่ลืมกัน (หรือฉันคิดไปเองหว่า?)
แต่ฉันก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เธอกลับมาหาฉันทำไม?

ฉันทรมานเหลือเกินตอนนี้
ใช่แล้ว . . ฉันเริ่มกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ตอนนี้ฉันอยู่คนเดียวโดยไม่มีเธอข้าง ๆ ไม่ได้
เดินคนเดียวโดยที่ไม่มีเธอจูงมือไม่ได้อีกแล้ว
ฉันกลับมาทำร้ายตัวเองทำไม?
ฉันไม่สามารถโทษใครได้ใช่ไหม นอกจากตัวฉันเอง . .

ยังรักเธอเหมือนเดิม . . คิดถึงเธอเหมือนเดิม
หรืออาจจะมากกว่าเดิม . . ถึงแม้ว่าเธอจะรักเขาแล้วก็ตาม
ฉันจะทรมานแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ใครช่วยตอบที . .

 

 

(ตอนนี้ฉันรู้แต่ว่าฉันทรมานมากเลิกทำร้ายฉันสักที)

กาลเวลา...

 
 
ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่า . .
“กาลเวลา” จะสามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่ง จากหน้ามือเป็นหลังมือได้
ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่า “กาลเวลา” นั้น จะมีพลังอำนาจมากขนาดนี้

เธอซึ่งเมื่อก่อน ดีแสนดี ไม่มีใครสามารถเทียบได้
เทคแคร์ฉันสารพัด แคร์ความรู้สึกฉันเป็นที่สุด
ได้กลับกลายเป็นคนที่ เยือกเย็น เมินเฉย ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ

ฉันคิดเสมอว่าเธอเป็นคนที่ สมบูรณ์ ไร้ที่ติที่สุด
แม้ว่าในสายตาคนหลายๆ คน เธออาจจะไม่ใช่
แต่ สำหรับฉันนั้น เธอเปรียบเสมือนเจ้าชาย ที่สุภาพและอ่อนน้อมที่สุด
เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะไขว่คว้าได้
แต่ทำไม ณ ตอนนี้ เวลานี้ เธอได้เปลื่ยนไป?

ความคิดของฉันเหล่านั้น คงเป็นเพียงความฝันที่สลายไปกับกาลเวลา
และมันก็เป็นเพราะช่วงเวลาที่เราไกลห่างกัน เท่านั้นเอง
ช่วงเวลานั้นได้สอนให้ฉันรู้ว่า . . .
คนๆ หนึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลง จากเจ้าชาย จนกลายเป็นยาจก ได้

แล้วในตอนนี้ อย่างเดียวที่ฉันจะทำได้ คงเป็น เพียง . .
“ภาวนา ขอให้กาลเวลาเปลี่ยนเธอคนนั้น
ให้กลับมาเป็น เจ้าชายของฉันคนเดิม”

ความรัก..ของคุณ..คืออะไร...?

ในโลกนี้มนุษย์เราเกิดมาพระเจ้าสร้างให้เรามีความรัก
 
 
ความรัก” คือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้
“ความรัก” เป็นได้ทั้งมือ เเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ
“ความรัก” คือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
“ความรัก” คือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน

“ความรัก” มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า . .
ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
เเต่เรากลับมีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก

“ความรัก” คือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า
“ความรัก” คือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง
“ความรัก” คือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ทำให้คนโง่กลายคนฉลาด   

ความรัก” เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก
“ความรัก” มิได้เป็นการก้าวนำ หรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆ กัน
“ความรัก” ทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชีวิต

“ความรัก” ทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต . .
เพราะทุกคืนที่ ไร้“ ความรัก” ก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

“ความรัก” คือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ
“ความรัก” ที่มีมาเป็นปีๆ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที
“ความรัก” จะยาวนาน หรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนที่รักกัน
“ความรัก” กว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยาก แต่กลับเลิกรักได้อย่างง่ายดาย

“ความรัก” สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน
“ความรัก” ต่อให้บอกกันทุกวันว่าก็ไม่มีวันเบื่อ . .
เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป

“ความรัก” ถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้
“ความรัก” สามารถให้อภัยกันได้เสมอ โดยไม่มีเงื่อยไขว่ากี่ครั้ง
“ความรัก” รักได้เเต่อย่าหลง เพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด
“ความรัก” อยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตาม .8point {font-family:"MS Sans Serif", "Microsoft Sans Serif", CordiaUPC;font-size:8pt;}

ใครบางคน

   
ใคร....บางคน....?
 
 
ใครบางคน... เดินออกไปจากชีวิต
หลังจากสร้างความชื่นบานในใจให้เรา ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ...
ความเจ็บช้ำ... และความว่างเปล่าในจิตใจ
เสียใจเถิดถ้ายังเจ็บ
ร้องให้เถิดถ้าอยากร้อง
เพราะมันอาจเป็นเพียงลมวูบเดียว
ที่พัดมาทำให้ชื่นใจและจางหายไป
ในขณะที่เรายังมีเวลาอีกหลายล้านลมหายใจ
ที่จะพบเจอใครอีกสักคน
บางทีลมเย็นครั้งต่อไป
อาจกำลังจะพัดเข้ามา
... และมันอาจจะพัดอยู่ที่เราตลอดไปก็ได้